สวัสดีคนในกระจก
เราเห็นกันทุกวัน แต่ไม่เคยได้คุยกันจริงจังสักทีหนึ่ง
เราลองมาจ้องตา พูดคุยกันเลยไหม
.
น่าแปลก ทำไมเราสบตาคุณแล้วพบความว่างเปล่า
ถามถึงเรื่องอนาคต ก็ยังตอบไม่ได้ ว่าจะไปทางไหน
สรุปว่าอยากทำอะไร ก็ยังไม่รู้
ไม่ได้ตอนนี้แล้วเมื่อไรจะได้
.
ดูสิ ร่องรอยแห่งอายุเริ่มปรากฏแล้ว
น่าขันนัก เราเห็นกันทุกวัน กับละเลยว่าเราต่างเปลี่ยนแปลง
แม้เราจะบอกว่าเราหยุดความทรงจำไว้ที่ใด
กาลเวลาก็นำพาให้เราเปลี่ยนแปลงอยู่ดี
.
คุณไม่เคยเติบโต เมื่ออยู่ในอ้อมอกมารดา
อันที่จริงคุณไม่เคยอยากจะเติบโต ใช่ไหม ?
แต่บางที อิสระมันก็ทำให้หลงลืมไปว่า
ไม่ว่าอย่างไร
คุณก็ไม่เคยเติบโต เมื่ออยู่ในอ้อมอกมารดา
จงอย่าทำให้มารดาเป็นทุกข์เพราะอิสระของคุณอีก
.
คุณคนในกระจก
รู้ไหมว่าคุณหนะโชคดี
คุณชอบคิดว่าตัวเองโชคร้ายมาตั้งแต่เด็ก
แต่อันที่จริง มันก็มีความโชคดีเล็กๆซ่อนอยู่
อย่างน้อย คุณก็ได้เรียน ได้ทำอาชีพที่คุณอยากทำ
ทั้งๆที่คนทั้งบ้าน เป็นนักกฏหมาย
น่าขันนัก ที่คุณสอบตกกฏหมายธุรกิจเบื้องต้นด้วยซ้ำไป
.
หากเจ้าคุณปู่ฟื้นขึ้นมาได้ คงลุกมามอบมะเหงกให้คุณ
.
.
.
.
สวัสดีคุณคนที่กำลังส่องกระจก นี่มันปีที่ยี่สิบห้าแล้วนะ
ทำไมเราพึ่งมาคุยกัน น่าแปลกใจ
.
เราก็แปลกใจตัวเหมือนกัน ทำไมมันว่างเปล่านัก
ยังไม่แน่ใจเหมือนกันว่า ที่ชอบในปัจจุบัน มันจะเป็นที่ชอบตลอดไปได้หรือไม่
คำตอบมันค่อนไปทาง ไม่ได้เสียด้วย
พอถามกลับอีกที มันก็ว่าง กลวง ไม่รู้
แค่รู้สึกไร้ค่าจริงๆ
.
มันก็แปลกที่เราต่างรู้สึกว่าเราเป็นคนเดิม
แต่พอมองกลับย้อนไป เราก็ไม่ใช่
ทั้งๆที่จุดพลิกผัน หักเห เบี่ยงเบนอะไร มันก็ไม่ได้มีมากนัก
แต่แม้เพียงนิด มันก็ส่งผล
ทำให้วันนี้ เวลานี้ เราก็มิใช่คนเดิม
และไม่มีทางเป็นคนเดิม
.
.
เมื่อมองโลกในแง่ดี
เราก็จะมองเห็นความดีงาม ในความมืดหม่น
แม้มันจะแทรกอยู่เพียงเสี้ยว
แต่มันก็ยังดี ที่มองเห็น
นำมันมาเพาะเลี้ยงให้เติบโต บดบังความหมองหม่นเสีย
แม้จะทำได้บ้างไม่ได้บ้าง แต่ก็ควรจะหมั่นทำ
.
.
อยากจะเตือนคุณเหลือเกิน
อะไรที่คุณว่าคุณรู้สึกผิด
เป็นการกระทำร้ายแรง จนลงโทษตัวเองด้วยการจ่อมจมอยู่กับมัน
พอได้แล้วนะ
.
อภัยตัวเองเสียบ้างเถิด
.
.
อย่ารักใคร มากกว่ารักตัวเองอีก
เว้น....
มารดา คนเดียว
.
.
.
.
อ่อ...
.
สุขสันต์วันเกิดนะ
คุณคนที่กำลังส่องกระจก
.