หมู่นี้ ได้ดื่มชารสนั้น นี้ โน้น นั่น จากร้านสะดวกซื้ออยู่บ่อยๆ
ชาเขียว ชาเสียว เสียวฟันฟันไม่เสียว
ชาดำ ชาแดง ชาขาว ชาสีทับทิม
ชามะนาว ชานม ชาในร่มผ้า
ชาถู ชาถู
กลิ่นเก๊กฮวย กลิ่นมะลิ กลิ่นข้าว กลิ่นถั่วแดง
ช่วงนี้เบอรี่ก็มา มาบวกกับชา ปะแล่ม ปะแล่ม
.
.
แต่สิ่งที่ทำให้ลิ้มรสชาเหล่านั้นได้ คือ "เดอะหลอด"
.
เวลาเราดื่ม คงไม่มีใครสามารถดื่มมันรวดเดียวหมดได้
เราจึงต้องพับหลอด แล้วปิดฝา
.
การพับหลอด อาจทำให้หลอดแตก
ต้องใช้พลังลมปรานมากกว่าเดิมในการดูด
เป็นการฝึกพลังปอด
เพื่อนบางท่านเคยโดนหลอดที่แตก มันบาดปาก
(เชื่อเหอะ คนบื้อๆแบบนี้ยังมีอยู่)
.
หากหลอดไม่แตก
การดึงหลอดขึ้นมาอีกครั้ง
หลอดก็สามารถดีดน้ำชาใส่ตา
ให้ตาบอดแทนความรักเข้าตาซะแง้น
.
หรือ บางคนอาจแยกเอาหลอดออกมาข้างนอกเสียเลย
ก่อนจะพบว่า
มันหายไปไหนวะ?
.
.
แต่หลายๆคนก็อาจจะได้เห็นกันบ้างแล้ว (มันนานแล้วเหมือนกัน)
กับร้านสะดวกซื้อร้านที่"เจ็ด"
สิ่งที่ทำนั้น ทำให้ปัญหาที่กล่าวมานั้นหมดไป
.
โดยขวดน้ำชายอดฮิตทั้งหลายเหล่านั้น
มีความสูงเฉลี่ย 20 ซม. โดยประมาน
ทำไมไม่ทำให้ "เดอะหลอด" มันพอดีเสียหละ!
.
ทำให้ปิดฝากขวดได้ โดยไม่ต้องพับหลอด
.
แต่
อย่าคิดว่ามันเป็นแค่นั้น
เพราะมันหมายถึง ต้นทุนการผลิตต่อ "เดอะหลอด" หนึ่งชิ้นที่ถูกลง
.
ลองคิดกันเล่นๆ
ในหนึ่ง "เดอะหลอด" ถูกตัดจาก 25 ซม. เหลือ 20 ซม.
นั่นแปลว่า 5 ซม. ที่ถูกตัดออกจากหลอดขนาดปกติ 4หลอด
จะได้ เดอะหลอดใหม่ไฉไลอีก 1หลอด
หลังจากนั้น ลองคูณๆกันดู
.
.
งานออกแบบและการตลาดใกล้ๆคุณ
.
.
.
จากประสบการตอนเข้าร้านที่"เจ็ด"ที่ฮ่องกง
"ดู ยู้ แฮ๋ฟ ทู้ป?"
"ฮ้ะ?"
"ทิ้วป์"
"ว้อท?"
"ทู้ป"
"ฮ้า?"
"ทิ้วป์"
"....." (พร้อมชี้มั่วซั่วไปโซนขนมปัง ไอ้บ้า)
.
เออ .... กูกินโค้กจากปากกระป๋องก็ได้วะ
.
.
จากเกาะเดียวกัน เปลี่ยนไปถามหา "กลู" (กาล์ว)
คำตอบคือ "ไอค้าง สปิ้ค อิงลิช ล่า"
ขอบใจ
มันอดีตเมืองขึ้นของอังกฤษจริงๆหรอวะนี่!
.
แต่ปรากฏว่า แม่ค้าขายกระเป๋าจิมซาจุ่ย พูดคล่องปร๋อเลยคุณเอ้ยย
ซื้อเครื่องราง ถามแม่ค้าว่ามันแปลว่าอะไร คำตอบคือ
"อิทส์ มีนลัคคี่" ชี้ที่นก"ลัคคี่" ลิง"ลัคคี่" ม้า"ลัคคี่" พัด"ลัคคี่"
เออ มันโชคดีแบบไหนเล่า
ซื้อของ ต่อราคา ฮากันไป
ไว้มีโอกาสจะไปสปี้คงูๆปลาๆด้วยอีกนะป้า
.
.
.
นอกเรื่องมาไกล
.
สวัสดี
.