ผมกับเธออยู่ในบรรยากาศที่เงียบงัน
ทั้งๆที่ท้องฟ้าตอนนี้สีสวยเสียเหลือเกิน
.
เพลงแสนคุ้นเคยของผมและเธอถูกเปิดขึ้น
คุณยิ้ม ดวงตาเป็นประกาย
เป็นโอกาสดี ที่ผมจะเริ่มบทสนทนา
.
.
ที่เราคบกันได้ ก็เพราะคุยกันเข้าใจนี่หละนะ
.
ผมและเธอแลกเปลี่ยนกันเล่าเรื่องราวในช่วงเวลาที่ไม่ได้ติดต่อกัน
.
หลายปี
.
หลายปี ที่อะไรหลายๆอย่างมันเปลี่ยนไป
แต่สิ่งที่ทำให้ผมเคยรักเธอ
มันยังอยู่กับเธอ
.
ผมดีใจที่ได้เล่าช่วงเวลาเหล่านั้นให้เธอฟัง
ดีใจที่ได้ยินเรื่องราวหลายๆอย่างจากเธอ
.
.
เราพูดคุยกันจนค่ำ
ผมจึงชวนเธอไปสวนสาธารณะใกล้ๆ
.
ผมเลือกนั่งที่ชานบันได ใต้ต้นไม้สูง มีดอกสีขาวหอม
ที่ที่ผมเคยรวบรวมความกล้า เอื้อมมือไปกุมมือเธอไว้
.
วันนี้เธอเลือกที่จะนั่งห่างออกไปหนึ่งเมตร
เรายังพูดคุยกันต่อ ไม่ให้เสียเวลาแม้แต่นิดเดียว
.
.
เธอเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยบางอย่างออกมา
.
"นี่ๆ ขออะไรสักสองอย่างได้ไหม"
"แล้วจะให้ได้...มั้ย?"
"ไม่ยากนักหรอก นะคะ"
.
ผมคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้าตอบ
เธอกล่าวขอบคุณ
.
เธอเล่าถึงความรู้สึกในขณะนี้
เธออยากเป็นเพื่อนกับผม แต่มีความรู้สึกบางอย่างที่ยังคั่งค้าง
.
เธอให้ผมสัญญา ว่าหากเธอทำอะไรลงไปตอนนี้
ห้ามโกรธเธอ
.
เธออยากจัดการความรู้สึกคั่งค้างทั้งหลายที่มีต่อผม
แล้วเธอจะเป็นเพื่อนผม ...ตลอดไป
.
ผมพยักหน้ารับคำอีกครั้ง
ยื่นนิ้วก้อยไปเกี่ยวกับนิ้วของเธอที่รออยู่
.
เธอค่อยๆเคลื่อนตัวเข้ามาใกล้
เอื้อมมือมากุมมือผมไว้
แล้วโน้มตัวมากอดอย่างแผ่วเบา
.
ผมจำสัมผัสของเธอได้
แขนนิ่มๆ เนื้อตัวอุ่นๆ
กลิ่นแชมพูจางๆบนเส้นผม
.
.
ผมประคองกอดเธออยู่ครู่หนึ่ง
เธอผลักตัวออกมาช้าๆ
เราจ้องตากัน
.
.
เธอผุดลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว
เงื้อหมัดขวาอย่างสุดแขน
ต่อยมาที่หน้าของผมอย่างเต็มแรง
.
.
แรง
.
แรง ชนิดที่ผมลงไปนั่งกองที่บันไดขั้นล่างสุด
.
ผมนั่งกุมแก้มข้างซ้าย ที่บวมตุ่ยในทันที
เธอเดินมานั่งลงข้างๆผม
.
"ขอบคุณนะคะ เราจะเป็นเพื่อนกันตลอดไป"
.
.
แรกๆผมออกจะงงกับการกระทำของเธออยู่สักหน่อย
แต่พอได้นั่งพักสักครู่
ผมคิดว่าผมเข้าใจการกระทำของเธอ
.
ผมคิดว่าเราคงเป็นเพื่อนกันได้
ทักทายกันได้
.
ในวันหนึ่ง
.
แต่อืมม... หมัดหนักใช้ได้นะเนี่ย
.
.
.
01 ผ่านพ้น
02 พ้นผ่าน
03 คำขอ
.
.